ความแตกต่างระดับชั้นเรียนของไทยกับนานาชาติ

การเปรียบเทียบระดับชั้นเรียนของไทยกับระบบการศึกษานานาชาติสามารถช่วยให้เราเข้าใจโครงสร้างการศึกษาในบริบทที่กว้างขึ้น ซึ่งระดับชั้นเรียนของไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ มีดังนี้


ระบบการศึกษาไทย

ระบบการศึกษาในประเทศไทยถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียนทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และคุณธรรม เพื่อให้พวกเขามีความพร้อมที่จะเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในสังคม ระบบการศึกษาไทยมีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนและแบ่งออกเป็นหลายระดับ ดังนี้

1. อนุบาล (Kindergarten)

  • อนุบาล 1 (3-4 ปี)
  • อนุบาล 2 (4-5 ปี)
  • อนุบาล 3 (5-6 ปี)

2. ประถมศึกษา (Primary Education)

  • ป.1 (Grade 1) – อายุ 6-7 ปี
  • ป.2 (Grade 2) – อายุ 7-8 ปี
  • ป.3 (Grade 3) – อายุ 8-9 ปี
  • ป.4 (Grade 4) – อายุ 9-10 ปี
  • ป.5 (Grade 5) – อายุ 10-11 ปี
  • ป.6 (Grade 6) – อายุ 11-12 ปี

3. มัธยมศึกษาตอนต้น (Lower Secondary Education)

  • ม.1 (Grade 7) – อายุ 12-13 ปี
  • ม.2 (Grade 8) – อายุ 13-14 ปี
  • ม.3 (Grade 9) – อายุ 14-15 ปี

4. มัธยมศึกษาตอนปลาย (Upper Secondary Education)

  • ม.4 (Grade 10) – อายุ 15-16 ปี
  • ม.5 (Grade 11) – อายุ 16-17 ปี
  • ม.6 (Grade 12) – อายุ 17-18 ปี

ระบบการศึกษานานาชาติ

ระบบการศึกษานานาชาติที่ได้รับความนิยมมักจะมีหลักสูตรที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะระบบอเมริกันและระบบอังกฤษ เป็นระบบการศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติในไทยใช้กัน

 ระบบการศึกษาอเมริกัน (American System)

ระบบการศึกษาอเมริกันเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูงและเน้นการพัฒนาทักษะที่หลากหลาย การศึกษาจะแบ่งออกเป็นระดับดังนี้

1. Kindergarten (อนุบาล) – อายุ 5-6 ปี

2. Elementary School (ประถมศึกษา)

  • Grade 1 (6-7 ปี)
  • Grade 2 (7-8 ปี)
  • Grade 3 (8-9 ปี)
  • Grade 4 (9-10 ปี)
  • Grade 5 (10-11 ปี)

3. Middle School (มัธยมศึกษาตอนต้น)

  • Grade 6 (11-12 ปี)
  • Grade 7 (12-13 ปี)
  • Grade 8 (13-14 ปี)

4. High School (มัธยมศึกษาตอนปลาย)

  • Grade 9 (14-15 ปี) – Freshman
  • Grade 10 (15-16 ปี) – Sophomore
  • Grade 11 (16-17 ปี) – Junior
  • Grade 12 (17-18 ปี) – Senior

ระบบการศึกษาอังกฤษ (British System)

ระบบการศึกษาอังกฤษเป็นระบบที่มีโครงสร้างชัดเจนและเน้นความรู้ความสามารถในแต่ละช่วงชั้น ระบบนี้แบ่งออกเป็นหลายระดับ ดังนี้

1. Nursery (ก่อนอนุบาล) – อายุ 3-4 ปี

2. Reception (อนุบาล) – อายุ 4-5 ปี

3. Primary School (ประถมศึกษา

  • Key Stage 1 : Year 1 (5-6 ปี)
  • Key Stage 1 : Year 2 (6-7 ปี)
  • Key Stage 2 : Year 3 (7-8 ปี)
  • Key Stage 2 : Year 4 (8-9 ปี)
  • Key Stage 2 : Year 5 (9-10 ปี)
  • Key Stage 2 : Year 6 (10-11 ปี)

4. Secondary School (มัธยมศึกษา)

  • Key Stage 3 : Year 7 (11-12 ปี)
  • Key Stage 3 : Year 8 (12-13 ปี)
  • Key Stage 3 : Year 9 (13-14 ปี)
  • Key Stage 4 : Year 10 (14-15 ปี)
  • Key Stage 4 : Year 11 (15-16 ปี) – GCSE

5. Sixth Form (มัธยมศึกษาตอนปลาย)

  • Key Stage 5 : Year 12 (16-17 ปี) – Lower Sixth
  • Key Stage 5 : Year 13 (17-18 ปี) – Upper Sixth – A Levels

ตารางเทียบปีชั้นเรียน ระบบการศึกษา ไทย อังกฤษ อเมริกา

การเปรียบเทียบปีชั้นเรียนนี้สามารถช่วยให้เห็นถึงความแตกต่างและความคล้ายคลึงระหว่างระบบการศึกษาในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนระบบการศึกษา หรือต้องการความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับโครงสร้างการศึกษา ดังนี้

อายุ (ปี)หลักสูตรไทยหลักสูตรอเมริกัน (American System)หลักสูตรอังกฤษ (British System)
4 ปีอนุบาล 1Preschool/Pre-KNursery
5 ปีอนุบาล 2Preschool/Pre-KReception
6 ปีอนุบาล 3KindergartenYear 1
7 ปีป.1 (ประถมศึกษาปีที่ 1)Grade 1Year 2
8 ปีป.2 (ประถมศึกษาปีที่ 2)Grade 2Year 3
9 ปีป.3 (ประถมศึกษาปีที่ 3)Grade 3Year 4
10 ปีป.4 (ประถมศึกษาปีที่ 4)Grade 4Year 5
11 ปีป.5 (ประถมศึกษาปีที่ 5)Grade 5Year 6
12 ปีป.6 (ประถมศึกษาปีที่ 6)Grade 6Year 7
13 ปีม.1 (มัธยมศึกษาปีที่ 1)Grade 7Year 8
13-14 ปีม.2 (มัธยมศึกษาปีที่ 2)Grade 8Year 9
14-15 ปีม.3 (มัธยมศึกษาปีที่ 3)Grade 9 (Freshman)Year 10
15-16 ปีม.4 (มัธยมศึกษาปีที่ 4)Grade 10 (Sophomore)Year 11 (GCSE)
16-17 ปีม.5 (มัธยมศึกษาปีที่ 5)Grade 11 (Junior)Year 12 (Lower Sixth) (AS Level)
17-18 ปีม.6 (มัธยมศึกษาปีที่ 6)Grade 12 (Senior)Year 13 (Upper Sixth) (A Level)

หลักสูตรนานาชาติ มีอะไรบ้าง

หลักสูตรนานาชาติที่ได้รับความนิยมและนำมาใช้ในโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย มีหลายประเภท แต่ละหลักสูตรมีความโดดเด่นและจุดเน้นที่แตกต่างกัน นี่คือตัวอย่างของหลักสูตรนานาชาติที่สำคัญ

  • Primary Years Programme (PYP): สำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี
  • Middle Years Programme (MYP): สำหรับนักเรียนอายุ 11-16 ปี
  • Diploma Programme (DP): สำหรับนักเรียนอายุ 16-19 ปี เป็นหลักสูตรสองปีที่เน้นการเตรียมความพร้อมสำหรับมหาวิทยาลัย
  • Career-related Programme (CP): สำหรับนักเรียนอายุ 16-19 ปี เน้นการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานหรือการศึกษาในด้านวิชาชีพ

2. Cambridge Assessment International Education (CAIE)

  • Cambridge Primary: สำหรับเด็กอายุ 5-11 ปี
  • Cambridge Lower Secondary: สำหรับเด็กอายุ 11-14 ปี
  • Cambridge Upper Secondary: ประกอบด้วยสองหลักสูตร
  • IGCSE (International General Certificate of Secondary Education): สำหรับนักเรียนอายุ 14-16 ปี
  • Cambridge Advanced: ประกอบด้วยสองหลักสูตร
  • AS & A Levels (Advanced Subsidiary and Advanced Level): สำหรับนักเรียนอายุ 16-19 ปี
  • Cambridge Pre-U: สำหรับนักเรียนอายุ 16-19 ปี เป็นอีกทางเลือกในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้ามหาวิทยาลัย

3. American Curriculum

  • เป็นหลักสูตรที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในโรงเรียนนานาชาติที่เน้นระบบการศึกษาแบบอเมริกัน
  • แบ่งเป็น Elementary School (Grades K-5), Middle School (Grades 6-8), และ High School (Grades 9-12)
  • จบการศึกษาในระดับ High School ด้วยการสอบ SAT หรือ ACT เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย

4. British Curriculum (National Curriculum of England)

  • Early Years Foundation Stage (EYFS): สำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี
  • Key Stage 1: สำหรับเด็กอายุ 5-7 ปี
  • Key Stage 2: สำหรับเด็กอายุ 7-11 ปี
  • Key Stage 3: สำหรับเด็กอายุ 11-14 ปี
  • Key Stage 4: สำหรับเด็กอายุ 14-16 ปี นำไปสู่การสอบ GCSE (General Certificate of Secondary Education)
  • Key Stage 5: สำหรับเด็กอายุ 16-18 ปี นำไปสู่การสอบ A Levels

5. Australian Curriculum

  • แบ่งเป็น Early Years Learning Framework (ก่อนอนุบาล), Foundation to Year 10 (ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น), และ Senior Secondary (มัธยมศึกษาตอนปลาย)
  • เน้นการพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการศึกษาในระดับสูงต่อไป

6. International Primary Curriculum (IPC)

  • สำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี เน้นการเรียนรู้ที่เป็นบูรณาการผ่านหน่วยการเรียนรู้ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์

7. International Middle Years Curriculum (IMYC)

  • สำหรับนักเรียนอายุ 11-14 ปี เน้นการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ เช่น การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม และการคิดเชิงวิเคราะห์

8. Advanced Placement (AP)

  • เป็นหลักสูตรที่ออกแบบโดย College Board สำหรับนักเรียนมัธยมปลายในสหรัฐอเมริกา
  • มีการเรียนการสอนวิชาในระดับวิทยาลัยและการสอบ AP เพื่อให้ได้เครดิตในการเข้ามหาวิทยาลัย
  • การเลือกหลักสูตรนานาชาติขึ้นอยู่กับความต้องการและความเหมาะสมของนักเรียน รวมถึงเป้าหมายทางการศึกษาในอนาคต หลักสูตรแต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แตกต่างกันและมีการรับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับสากล

สำหรับใครที่กำลังมองการการเรียนในหลักสูตรนานาชาติ เราขอแนะนำโรงเรียน King’s InterHigh โรงเรียนออนไลน์ชั้นนำจากประเทศอังกฤษ โรงเรียนนานาชาติในรูปแบบออนไลน์ ผ่านตัวแทนประเทศไทย Vertexsmarter  ผู้นำเข้าหลักสูตรการศึกษาออนไลน์แบบครบวงจร ช่วยให้คำปรึกษา และแนะนำในการเรียนจนจบหลักสูตร

แชร์บทความนี้

บทความอื่นที่น่าสนใจ

วิธีอัพเงินเดือน ของเด็กจบใหม่ เป็น SPECIALIST ภายใน 1 ปี

หมดปัญหาเด็กจบใหม่ ไม่มีประสบการณ์ เรียกเงินเดือนได้น้อย วิธีอัพเงินเดือน ฉบับเด็กจบใหม่ ด้วยการเรียน ป.โทออนไลน์ 1 ปีจบ ทำให้คุณเป็น SPECIALIST ด้วยระยะเวลาสั้นๆ
Read More

ไขข้อสงสัย ความแตกต่างระดับชั้นเรียนของไทยกับนานาชาติ

ตารางเปรียบเทียบระดับชั้นของการศึกษาไทยกับต่างประเทศ ทั้งระบบการศึกษานานาชาติ (American System) และระบบอังกฤษ (British System) ไขข้อสงสัย grade 12 เท่ากับ ม. อะไร
Read More

แนะนำหลักสูตรเรียน ป.โท ออนไลน์ คณะการสื่อสารทางการตลาด

การ เรียน ป.โทออนไลน์ อีกทางเลือกของการเรียนต่อ ที่กำลังได้รับความนิยม ด้วยความที่เป็นบทเรียนยืดหยุ่น สามารถจัดตารางเวลาเรียนเองได้ พร้อมทุนการศึกษา มากถึง 67%
Read More

ทำธุรกิจครั้งแรก เจ๊ง เพราะอะไร? มาหาคำตอบกัน

การเริ่มต้น ทำธุรกิจ ใหม่ เต็มไปด้วยความท้าทาย ความเสี่ยง มาดูกันว่าเพราะอะไรทำไมใครๆหลายๆคนที่เริ่มประกอบธุรกิจส่วนตัวถึงมักจะเจ๊ง แล้วเราจะแก้ปัญหาอย่างไร ให้เราสามารถทำธุรกิจได้
Read More

เทคนิคการทำงานแบบ “ทำน้อยแต่ได้มาก”

“ทำน้อยแต่ได้มาก” ไม่ได้แปลว่าเราขี้เกียจ แต่หมายถึงการโฟกัสไปที่สิ่งที่สำคัญและมีผลลัพธ์สูง โดยใช้เวลาและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ หลักการนี้มีพื้นฐานมาจาก กฎ 80/20
Read More

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save