
เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย! แต่มีเวลาเหลือได้ด้วยวิธีนี้
การทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง และใช้เวลาน้อยลงเป็นสิ่งที่หลายๆ คนต้องการในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ ผู้ที่เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย การที่เราสามารถบริหารเวลาได้อย่างดี จะทำให้คุณมีเวลามากพอในการศึกษาต่อ และมีเวลาพักผ่อน ด้วยเหตุนี้เรามีทริคเกี่ยวกับวิธีทำงานที่คุณสามารถทำงานได้น้อยลง แต่ประสิทธิภาพของงานมากขึ้น เพื่อช่วยให้คุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยประหยัดเวลา และพลังงานได้เป็นอย่างดี
วิธีลดเวลาการทำงาน
- กำหนดลำดับความสำคัญ: จัดลำดับงานตามความสำคัญ และความเร่งด่วน เริ่มจากงานที่สำคัญที่สุด และมีกำหนดส่งตาม
- ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่: การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เป็นประโยชน์อย่างมาก เช่น ใช้ส่วนมากของการทำงานออนไลน์ ใช้โปรแกรม และเครื่องมือที่ช่วยในการอัปเดตทันเทคโนโลยี
- ลดการสื่อสารที่ไม่จำเป็น: การที่ต้องสื่อสารมากเกินไปอาจทำให้เสียเวลาไป ควรโทรศัพท์หรือส่งอีเมล์สั้น ๆ ที่กระชับและเป็นรายละเอียด
- เทคนิค Pomodoro Technique : เป็นเทคนิคการจัดการเวลาที่ โดยให้กำหนดเวลาในการทำงาน และพักผ่อนอย่างแบบที่มีระยะเวลาที่แน่นอน โดยการแบ่งเวลาการทำงานเป็นช่วงๆ ที่เรียกว่า “Pomodoro” ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 25 นาที แล้วตามด้วยช่วงพักเวลาสั้นๆ ประมาณ 5 นาที หลังจากทุกรอบ Pomodoro 3 รอบ จะมีช่วงพักยาวขึ้นประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้ร่างกาย และจิตใจได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ การใช้เทคนิค Pomodoro ช่วยลดความเครียด และเพิ่มความสามารถในการจัดการเวลาในการทำงาน
- เทคนิค time blocking : เป็นเทคนิคการจัดการเวลาที่ให้ความสำคัญ กับการแบ่งเวลาของวันออกเป็นบล็อก หรือช่วงเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นการกำหนดเวลาที่ชัดเจนสำหรับงาน หรือกิจกรรมที่ต้องทำ เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนและทำงานไปพร้อม ๆ กัน เช่น กำหนดเวลาเฉพาะในวัน เพื่อทำงานที่เกี่ยวกับโปรเจ็กต์หนึ่ง หรือใช้เวลาบล็อก เพื่อทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น อ่านหนังสือ, การฝึกออกกำลังกาย, หรือการสร้างนิสัยทางสุขภาพอื่น ๆ ที่ต้องการให้เวลาพิเศษ
- เลือกการทำงานที่สร้างความสุข: พิจารณาการทำงานที่ทำให้คุณรู้สึกมีความสุข และพึงพอใจ เลือกโปรเจคหรืองานที่น่าสนใจ และตรงกับความสนใจของคุณ
- ใช้ AI และเครื่องมืออัตโนมัติ (Automation) เป็นผู้ช่วยส่วนตัว
ในยุคปัจจุบันเรามีเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบจัดการงานอัตโนมัติมากมายที่สามารถช่วยลดเวลาทำงานซ้ำๆ ได้ เช่น การใช้ AI ช่วยสรุปเนื้อหาบทเรียนยาวๆ การดราฟต์อีเมล หรือการใช้เครื่องมืออย่างเทมเพลตสำเร็จรูปและการตั้งค่าระบบตอบกลับอัตโนมัติ การส่งต่อข้อมูลข้ามแอปพลิเคชันโดยไม่ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่ สิ่งเหล่านี้จะช่วยประหยัดเวลาในการทำงานเอกสารหรืองานรูทีนไปได้หลายชั่วโมง ทำให้คุณมีพลังสมองเหลือไปโฟกัสกับการคิดวิเคราะห์ในโปรเจกต์งานและการอ่านหนังสือสอบ - ตั้งเป้าหมายย่อยและให้รางวัลตัวเอง (Micro-Rewards)
การมองภาพรวมของทั้งงานประจำและวิทยานิพนธ์หรือบทเรียนพร้อมกัน อาจทำให้รู้สึกหมดพลังและผัดวันประกันพรุ่งได้ง่าย ลองย่อยเป้าหมายใหญ่ให้กลายเป็นภารกิจเล็กๆ ที่ทำเสร็จได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง เมื่อทำภารกิจย่อยนั้นสำเร็จ ให้รางวัลตัวเองสั้นๆ เช่น การดื่มกาแฟแก้วโปรด หรือการพักดูคลิปที่ชอบ 5 นาที วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นสารโดปามีนในสมอง ทำให้คุณรู้สึกมีแรงจูงใจในการเคลียร์งานชิ้นต่อไปให้เสร็จไวขึ้นโดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้าจนเกินไป - สร้างเกราะป้องกันการรบกวน (Distraction-Free Zone)
เสียงแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียหรือสภาพแวดล้อมที่วุ่นวาย เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สมองต้องใช้เวลาปรับโฟกัสใหม่ทุกครั้งที่ถูกขัดจังหวะ ลองใช้ฟีเจอร์ “โหมดห้ามรบกวน” (Do Not Disturb) ในโทรศัพท์มือถือ หรือใช้หูฟังแบบตัดเสียงรบกวน (Noise-Canceling) เปิดเพลงบรรเลงเบาๆ เพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัวในการทำงานและเรียน การโฟกัสกับงานตรงหน้าอย่างเต็มที่โดยไม่มีสิ่งรบกวนเพียง 1 ชั่วโมง อาจได้ผลงานมากกว่าการนั่งทำงานท่ามกลางสิ่งเร้าถึง 3 ชั่วโมง
การสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการเรียนต่อระดับสูง ไม่ใช่เรื่องของการหักโหมทำงานให้หนักขึ้น แต่คือการฉลาดเลือกใช้เครื่องมือ วางระบบ และบริหารพลังงานของตัวเองอย่างมีกลยุทธ์ เมื่อคุณสามารถควบคุมเวลาในมือได้ ความเครียดจะลดลง คุณภาพชีวิตจะดีขึ้น และความสำเร็จทั้งเรื่องงานและการเรียนป.โท ก็จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน
การลดเวลาในการทำงานไม่ได้แปลว่าต้องทำงานได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเพิ่มคุณภาพของงานด้วย การทำตามข้อแนะนำเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และพัฒนาคุณภาพของงานที่ทำได้ด้วย ซึ่งถ้าคุณเป็นคนที่กำลัง เรียนต่อป.โท อยู่ด้วย ทำงานไปด้วย วิธีเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีเวลาในการเรียนมากขึ้น